ปัญหามลพิษและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันมีความสำคัญต่อทุกประเทศทั่วโลก

12

มลพิษอันเกิดจากการกระทำของมนุษย์ได้แก่การตัดไม้ทำลายป่าการใช้สารเคมีในทางอุตสาหกรรม และการเผาไหม้เชื้อเพลิงโดยเฉพาะพวกถ่านหินน้ำมันเชื้อเพลิงก่อให้เกิดแก๊สต่าง ๆอาทิเช่นคาร์บอนไดอ๊อกไซด์มีเทนไนตรัสอ๊อกไซด์โคลโรฟลูโอโรคาร์บอนเป็นต้นซึ่งเป็นแก๊สที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่ออุณหภูมิของโลกโดยที่แก๊สเหล่านี้จะสะสมกันอยู่ในบรรยากาศทำให้อากาศร้อนอบอ้าวเหมือนอยู่ในเรือนกระจก คาร์บอนไดอ๊อกไซด์นับเป็นแก๊สที่ทำให้เกิดความร้อนในโลกได้มากที่สุดว่ากันว่ามีถึงครึ่งของแก๊สทั้งหมดที่ทำให้โลกร้อนที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก ส่วนใหญ่เกิดจากจากเผาเชื้อเพลิงจำพวกถ่านหินและน้ำมันต่อมาก็เป็นพวกสารเคมีจำพวกโคลโรฟลูโอโรคาร์บอนร้อยละ 20 มีเทนร้อยละ 1.5 นอกนั้นก็เป็นโดยการตัดไม้ทำลายป่า

นักวิทยาศาสตร์พยากรณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยจะสูงกว่ายุคใดในประวัติศาสตร์กล่าวคือ 1.5o ถึง 4.5o ใน 40 ปีข้างหน้า และจะเป็นผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในลมฟ้าอากาศกระแสน้ำในมหาสมุทร และน้ำแข็งที่ปกคลุมบนพื้นโลกมากขึ้นระดับน้ำทะเลอาจขึ้นถึง 0.5 ถึง 2.0 เมตรสารเคมีโดยเฉพาะโคลโรฟลูโอโรคาร์บอน เป็นตัวสำคัญที่ทำลายชั้นโอโซนทำให้แสงอุลตราไวโอเล็ตจากดวงอาทิตย์สามารถส่องลงมาบนพื้นโลกได้มากอันเป็นอันตรายต่อชีวิตของมนุษย์สัตว์และพืชสารชนิดนี้ปกติใช้ในการอุตสาหกรรมหลายอย่างเช่นในการทำความเย็นในเครื่องเย็น และเครื่องปรับอากาศเป็นตัวทำลายในการชำระล้างเครื่องอีเลคทรอนิคเป็นตัวช่วยฉีดในกระป๋องผลิตภัณฑ์ที่ใช้พ่นฉีด และเป็นสารที่ใช้ในกรรมวิธีทำภาชนะบรรจุ และวัตถุที่ใช้ทำฉนวน

โดยที่ คลอโรฟลูโอโรคาร์บอนเป็นแก๊สที่สำคัญที่ทำให้เกิดบรรยากาศเรือนกระจกมากที่สุดผู้แทนจากหลายประเทศรวมทั้งองค์การเอกชนที่มีความห่วงใยในอนาคตของโลกได้ประชุมกันและทำสนธิสัญญาตกลงที่เฮลซิงกิเรียกว่าแถลงการณ์เฮลซิงกิให้เลิกใช้สารคลอโรฟลูโอโรคาร์บอนในปี ค.ศ. 2543 หลังจากแถลงการณ์นั้นก็ได้มีการประชุมแก้ไขสนธิสัญญาเพื่อเลิกลดการใช้คลอโรฟลูโอโรคาร์บอนให้เร็วขึ้นกว่าเดิม และใช้สารอื่นทดแทนให้มีการนำเทคโนโลยีและข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ให้ทางประเทศกำลังพัฒนานำไปปฏิบัติเพื่อลดการใช้ คลอโรฟลูโอโรคาร์บอน ด้วยเนื่องจากมีรายงานจากองค์การป้องกันสิ่งแวดล้อมสหรัฐว่า 1 ใน 4 ของแก๊สที่ทำให้เกิดบรรยากาศเรือนกระจกปัจจุบันมาจากประเทศทางเอเซียโดยเฉพาะประเทศจีนญี่ปุ่น และอินเดียจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทถ่านหินลิกไนท์และน้ำมัน และจะมีปริมาณมากขึ้นตามการพัฒนาของเศรษฐกิจและความหนาแน่นของประชากร

การลดการใช้ทรัพยากรต่างๆภายในบริษัทถือเป็นแนวทางอย่างแรกที่ผู้ประกอบการควรจะนำมาใช้บริหารการจัดการ

4

จากสภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นในปัจจุบันจนกลายสภาพมาเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลกนั้น ผู้คนต่างตระหนักถึงภัยอันตรายที่กำลังคืบคลานมาสู่มวลมนุษยชาติทีละก้าวอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งจากกระแสดังกล่าวทำให้ผู้คนได้เริ่มกลับมาให้ความสนใจในเรื่องของการช่วยกันอนุรักษ์สภาพแวดล้อมไว้ให้คงอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ต่อไปมากที่สุด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงของบริษัทที่ประกอบกิจการทางด้านธุรกิจยิ่งต้องใส่ใจในเรื่องดังกล่าวให้มากเป็นพิเศษ เพราะต้องเข้าใจว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้มลภาวะในด้านต่างๆย่ำแย่อย่างเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั้น สาเหตุส่วนใหญ่เกิดมาจากการทำธุรกิจแทบจะทั้งสิ้น ธุรกิจต่างๆจึงต้องเร่งทำความเข้าใจและใส่ใจในวิธีการช่วยรักษาสภาพแวดล้อมให้มากกว่านี้ก่อนที่จะได้รับผลกระทบจากสังคมตามมา ซึ่งจะกลายมาเป็นสภาพที่ยากจะแก้ไขและสร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนมาได้ โดยวิธีการที่จะช่วยให้บริษัทของผู้ประกอบการมีส่วยช่วยลดภาวะโลกร้อนและมลพิษในด้านต่างๆมีดังต่อไปนี้

การลดการใช้ทรัพยากรต่างๆภายในบริษัทถือเป็นแนวทางอย่างแรกที่ผู้ประกอบการควรจะนำมาใช้บริหารการจัดการภายในบริษัท โดยควรเริ่มจากการใช้ทรัพยากรต่างๆให้เกิดคุณค่าและคุ้มค่ากับราคามากที่สุดก่อน เช่น การนำกระดาษเอกสารมาใช้ทั้ง 2 หน้า ไม่ควรเว้นว่างไว้ในหน้าใดหน้าหนึ่ง ก็เป็นหนึ่งในวิธีการลดการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองได้

นอกเหนือจากจะช่วยลดการตัดต้นไม้มาทำกระดาษแล้วยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของบริษัทในการจัดซื้อกระดาษเอกสารต่างๆด้วย หรือทางเลือกในปัจจุบันในการทำงานเอกสารบางอย่างก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้กระดาษอีกต่อไป อาจจะใช้การจัดเก็บข้อมูลให้อยู่ในรูปของหน่วยความจำและไฟล์ประเภทต่างๆได้ ซึ่งนั่นคือทางเลือกที่น่าสนใจมากอีกทางหนึ่งของบริษัทที่ต้องการจะก้าวเดินไปเป็น Smart Business ในอนาคต

การเลือกใช้วัสดุหรืออุปกรณ์ที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ภายในออฟฟิศและธุรกิจของทางบริษัทคือทางออกอย่างหนึ่งที่ช่วยลดภาวะโลกร้อนและการเกิดมลภาวะของขยะอันไม่พึงประสงค์ได้ เช่น ผู้ประกอบการสามารถใช้ระบบการส่งอีเมล์ มาใช้แทนการส่งจดหมายของแต่ละแผนกภายในองค์กร

ถ้าบริษัทของผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการค้าขายที่จำเป็นต้องใช้วัสดุภัณฑ์บรรจุสินค้าให้กับผู้บริโภคที่มาซื้อก็ควรทำการรณรงค์ให้ผู้บริโภคนำถุงผ้ามาใช้ใส่แทนถุงพลาสติกโดยอาจจะให้ส่วนลดกับลูกค้าก็ได้ ในกรณีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้วัสดุที่เป็นถุงพลาสติกได้จริงๆ ก็ควรเลือกใช้ถุงพลาสติกที่มีคุณภาพสูงและสามารถย่อยสลายเองได้