• Nullam posuere felis a lacus tempor eget dignissim arcu adipiscing.

  • Nullam posuere felis a lacus tempor eget dignissim arcu adipiscing.

Your welcome headline here

Nullam posuere felis a lacus tempor eget dignissim arcu adipiscing. Donec est est, rutrum vitae bibendum vel, suscipit non metus. Nullam posuere felis a lacus tempor eget dignissim arcu adipiscing. Donec est est, rutrum vitae bibendum vel, suscipit non metus.

Nullam posuere felis a lacus tempor eget dignissim arcu adipiscing. Donec est est, rutrum vitae bibendum vel, suscipit non metus.

- Manish G
Box heading

Nullam posuere felis a lacus tempor eget dignissim arcu adipiscing. Donec est est, rutrum vitae bibendum vel, suscipit non metus.

Box heading

Nullam posuere felis a lacus tempor eget dignissim arcu adipiscing. Donec est est, rutrum vitae bibendum vel, suscipit non metus.

Box heading

Nullam posuere felis a lacus tempor eget dignissim arcu adipiscing. Donec est est, rutrum vitae bibendum vel, suscipit non metus.

คำแนะนำในการเลือกรูปแบบของการประกอบธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ


การเลือกรูปแบบองค์กรธุรกิจแต่ละประเภทมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอยู่หลายประการ ผู้ประกอบการจึงควรจะพิจารณาให้รอบคอบ จึงขอแนะนำเทคนิคที่จะใช้ในการเลือกรูปแบบองค์กรธุรกิจดังนี้

1. พิจารณาดูว่ามีการจัดตั้งและผลการจัดตั้งธุรกิจนั้นยุ่งยากลำบากเพียงใดเช่น หากท่านจะประกอบธุรกิจง่ายๆ เล็กๆ ก็อาจจะไม่ต้องจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทแต่จัดตั้งเป็นธุรกิจเจ้าของคนเดียว หรือเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญง่ายๆ ก็ได้
2. พิจารณาดูถึงต้นทุนที่จะต้องระดมมาในการประกอบการ ถ้าหากว่าท่านเห็นว่าการจะประกอบการต้องใช้เงินทุนเป็นจำนวนมากก็อาจจะต้องเลือกรูปแบบการจัดตั้งในรูปแบบของบริษัท จำกัด
3. พิจารณาถึงความรู้ความสามารถของประสบการณ์ของตนเองในฐานะของผู้ลงทุน และหากท่านจะต้องระดมผู้ที่มีความรู้ ความสามารถเข้ามาประกอบกิจการ ท่านก็อาจจะต้องจัดตั้งในรูปแบบห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือ บริษัทจำกัดมากกว่าจะประกอบธุรกิจในรูปแบบของผู้ประกอบการคนเดียว
4. พิจารณาในแง่การบริหารและการควบคุมกิจการ ว่า เมื่อจัดตั้งองค์กรธุรกิจไม่ว่าจะเป็นบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือ กิจการคนเดียวนั้น จะสามารถบริหารงานและควบคุมกิจการได้หรือไม่ นอกจากนั้นอาจจะพิจารณาดูว่า การจัดตั้งบริษัทจำกัด เพื่อเป็นประโยชน์ในด้านการควบคุมและรวบรวมทรัพย์สินของครอบครัวไว้เป็นหน่วยเดียวกันหรือไม่
5. พิจารณาถึงสถาพของธุรกิจโดยทั่วไปว่ากิจการที่จะลงทุนนั้น ควรจะเป็นรูปแบบองค์กร ธุรกิจแบบใด จะมีระยะเวลาประกอบธุรกิจนานเท่าไร จะสร้างความเชื่อถือให้กับองค์กรธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และจะสามารถขยายกิจการออกไปได้หรือไม่
6. พิจารณาถึงความรับผิดชอบในบรรดาหนี้สินอันเกิดจากการประกอบการ ข้อนี้นับว่าเป็นข้อสำคัญอย่างยิ่งของผู้ประกอบการการประกอบธุรกิจแบบห้างหุ้นส่วนมักเป็นที่นิยมมาก โดยผู้ประกอบการอาจไม่ทราบว่า หุ้นส่วนผู้จัดการหรือ หุ้นส่วนสามัญนั้น จะต้องมีความรับผิดอย่างไม่จำกัด หรือแม้มีการประกอบกิจการคนเดียว หากมีหนี้สิ้นก็ต้องรับผิดอย่างไม่จำกัด ซึ่งนับว่าเป็นอันตรายอย่างมาก แต่ในทางตรงข้ามการเลือก ประกอบธุรกิจโดยเป็นบริษัทจำกัด ความรับผิดชอบนั้นจำกัดเฉพาะหุ้นที่ลงทุนไปแล้วเท่านั้น
7. พิจารณาว่าระยะเวลาและความต่อเนื่องในการประกอบกิจการนั้นตรงตามจุดประสงค์ของกิจการเป็น ชั่วครั้งชั่วคราว หรือตลอดไป เพราะเหตุว่าถ้าหากต้องการประกอบกิจการเพียงช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่งโดยเฉพาะ ก็อาจจะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล เพราะว่าการเลิกกิจการนั้นยากกว่าการจดทะเบียนเสียอีก
8. พิจารณาเกี่ยวกับวิธีการแบ่งปันผลกำไรจากการประกอบการโดยจะต้องพิจารณาว่าท่านมีความประสงค์จะแบ่งปันผลกำไรอย่างไร เพราะหากว่ามีการจัดตั้งเป็นบริษัทจำกัดการจะแบ่งปันผลกำไรนั้น คงมีข้อจำกัดทางกฎหมาย และจะต้องมีการตั้งทุนสำรองไว้ตามกฎหมายอีก
9. พิจารณาว่าในอนาคตนั้นจะสามารถเปลี่ยนแปลงหรือขยายรูปแบบองค์การธุรกิจเพิ่มขึ้นหรือเพิ่มเติมหรือไม่
10.พิจารณาว่า ภาระภาษีขององค์กรธุรกิจ แต่ละแบบเป็นอย่างไร แบบใดจะเสียภาษีต่ำที่สุด

การตัดสินใจจะเลือกองค์กรธุรกิจแบบใดในการประกอบธุรกิจนอกเหนือจากความรับผิดชอบแล้วต้องคำนึงถึงภาระภาษีและความเป็นไปได้ทางธุรกิจ

แนะนำให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับเงินทุนในการทำธุรกิจ

บ่อยครั้งที่คำว่า “ไม่มีเงิน” ถูกใช้เป็นข้ออ้างที่สกัดการเริ่มต้นทำธุรกิจเป็นของตัวเอง เป็นต้นว่าไม่มีทุนบ้าง ไม่มีแหล่งทุนบ้าง และทำให้หลายคนเลือกพับเก็บความคิดที่จะเริ่มต้นธุรกิจเอาไว้ แต่ในความจริงแล้วธุรกิจหลายรูปแบบใช้เงินทุนในการเริ่มตั้งกิจการไม่มากเลย โดยจุดสำคัญในการเริ่มต้นธุรกิจน่าจะอยู่ที่การสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีและตรงความต้องการของลูกค้า มีแนวทางการบริหารและการตลาดที่แข็งแรงขึ้นมาให้ได้ก่อน หลังจากที่เริ่มมีโมเดลธุรกิจที่ชัดเจนและมีจุดเด่นน่าสนใจแล้วการจะออกไปหาเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อต่อยอดให้ธุรกิจเติบโตต่อเนื่องก็น่าจะเป็นเรื่องง่ายขึ้นและการทำธุรกิจก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้สูงขึ้น

เมื่อผ่านจุดตั้งต้นธุรกิจมาได้แล้ว จึงถึงเวลาเริ่มมองหาทุนเพื่อขยายกิจการและเร่งการผลิตให้ทันต่อการแข่งขันในตลาด แต่ด้วยความที่ธุรกิจยังอยู่ในจุดเริ่มต้น ยังไม่เป็นที่รู้จัก จึงเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะระดมทุนด้วยการยื่นเสนอขายหุ้นในตลาด อย่างไรก็ดี ยังมีแหล่งทุนอื่นๆ ที่เข้าถึงได้และสามารถช่วยธุรกิจขนาดกลางและย่อมที่เพิ่มเริ่มต้นอยู่พอสมควร ตั้งแต่คนใกล้ตัวที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเราเช่นคุณพ่อคุณแม่ หรือแหล่งเงินทุนที่เป็นองค์กรอย่างธนาคารและนักลงทุน

ธนาคารถือเป็นแหล่งเงินทุนอันดับต้นๆ ที่เรามักนึกถึง เนื่องจากพบได้ทั่วไปและมีโปรโมชั่นออกมาเป็นจำนวนมาก แต่การขอสินเชื่อจากธนาคารก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสียทีเดียว เพราะธนาคารก็จะต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือและโอกาสในการเติบโตของธุรกิจก่อนจึงจะอนุมัติให้สินเชื่อ โดยแผนส่วนใหญ่จะกำหนดคุณสมบัติของผู้กู้ต้องมีประสบการณ์ในด้านธุรกิจที่เกี่ยวข้องมาแล้ว 1-3 ปี ซึ่งน่าจะเป็นหลักประกันว่าผู้ประกอบการรู้จักธุรกิจนั้นๆ ดีในระดับหนึ่ง อีกทั้งหลายธนาคารก็มีข้อบังคับว่าผู้ประกอบการจะต้องนำเสนอแผนธุรกิจที่ชัดเจนและเป็นไปได้ก่อนการขออนุมัติสินเชื่อด้วย ดังนั้นการกู้ผ่านธนาคารอาจเหมาะกับเจ้าของกิจการที่ดำเนินงานมาสักระยะเกิน 1 ปีขึ้นไป ซึ่งจุดประสงค์ของการให้สินเชื่อก็เพื่อเพิ่มความคล่องตัวของเงินทุนหมุนเวียนและเพื่อการขยายตัวของกิจการ

เมื่อเราตัดสินใจจะกู้เงินจากธนาคารแล้ว เราต้องศึกษาในรายละเอียดว่าในแต่ละแผนกำหนดให้ต้องเตรียมนำเสนออะไรบ้าง อาทิ คนค้ำประกัน หรือเครื่องค้ำประกันอื่นๆ เช่น สิ่งปลูกสร้าง สัญญาเช่าอาคาร แผนพัฒนาธุรกิจ เป็นต้น และธนาคารส่วนใหญ่มักขอดูเอกสารสำคัญของบริษัท เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท เอกสารภาษี ซึ่งการเตรียมการให้พร้อมก็เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้ธนาคารอีกทางหนึ่ง

แต่ทั้งนี้ไม่ว่าจะหาทุนด้วยการขอสินเชื่อธนาคารหรือขอทุนจากนักลงทุน หรือแม้แต่จากคนรู้จักที่มีความหวังดีต่อเราก็ตาม สิ่งที่เราควรทำคือต้องรักษามารยาทในการดำเนินการขอความช่วยเหลือ ตั้งแต่นำเสนอโครงการอย่างตั้งใจและมุ่งมั่น ยินดีตอบข้อซักถาม ต้องประเมินสถานการณ์อย่างเป็นกลางและรับฟังสิ่งที่ผู้อื่นพูดอย่างตั้งใจเสมอ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมลงทุนมีส่วนแสดงความคิดเห็นด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานของความสำเร็จในการหาทุนและการทำธุรกิจด้วย

การเริ่มต้นในการลงทุนช่วยเหลือทางธุรกิจทั้งของรัฐและองค์กรเอกชน

เมื่อผู้ประกอบการไทยต้องการที่จะเริ่มลงทุนทำธุรกิจในแคลิฟอร์เนีย ผู้ลงทุนสามารถหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจจากแหล่งข้อมูลที่มีมากมาย ทั้งของรัฐและองค์กรเอกชน อาทิ Governor’s Office of Economic Delvelopment (GoED), U.S. Small Business Administration (SBA), Small Business Development Centers (SBDC), และ California Association for Local Economic Development (CALED) เป็นต้น การเริ่มต้นดำเนินธุรกิจต้องประกอบด้วยข้อมูล และการตัดสินใจที่สำคัญทั้งด้านการเงินและด้านกฎหมาย แนวทางการเริ่มต้นธุรกิจในรัฐแคลิฟอร์เนียนี้ถือเป็นข้อมูลเบื้องต้นเพื่อให้ความรู้และรายละเอียดต่อผู้ประกอบการเพื่อเตรียมตัวในการบริหารและจัดการธุรกิจในแคลิฟอร์เนีย

ผู้ประกอบการควรใช้เวลาในการสำรวจข้อมูล ประเมินสภาพธุรกิจและเป้าหมายของการลงทุน เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสของความสำเร็จ โดยใช้ข้อมูลอย่างรอบด้านเพื่อสร้างแผนธุรกิจที่มีความถูกต้องและมีประสิทธิภาพ แผนธุรกิจจะช่วยให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ กระบวนการของการพัฒนาแผนธุรกิจจะช่วยให้ผู้ประกอบการมองเห็นถึงประเด็นต่างๆ ที่ผู้ลงทุนอาจมองข้ามไป แผนธุรกิจจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ผู้ประกอบการจะใช้เพื่อทำให้ธุรกิจได้กำไรและสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินถึงผลสำเร็จของการดำเนินธุรกิจได้อีกทางหนึ่งด้วยผู้ลงทุนควรใช้ประโยชน์จากหลายองค์กรที่บริการให้คำปรึกษาและโครงการฝึกอบรมธุรกิจที่มีอยู่ทั่วไป ตั้งแต่โครงการฝึกอบรมที่เสียค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย ไปจนถึงการให้คำปรึกษาโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด องค์กรที่ให้คำปรึกษาดังกล่าวสามารถช่วยผู้ประกอบการหาแหล่งเงินทุน รวมถึงลู่ทางเพื่อขยายธุรกิจได้

ธุรกิจทุกประเภทต้องการเงินทุนเพื่อการเริ่มกิจการ แหล่งเงินทุนต่างๆ อาทิ จากบัญชีเงินฝาก การจำนองบ้าน หรือจากเพื่อนและครอบครัว ปัญหาสำคัญส่วนใหญ่ของผู้ลงทุนก็คือจะทำอย่างไรเพื่อหาแหล่งเงินทุนเพื่อกู้ยืมในการทำธุรกิจสำหรับผู้ที่ไม่มีเงินลงทุนเพียงพอ ผู้ประกอบการธุรกิจสามารถหาแหล่งเงินทุนโดยเริ่มตั้งแต่จากรัฐบาลกลาง รัฐบาลแคลิฟอร์เนีย ไปจนถึงรัฐบาลท้องถิ่นที่มีโครงการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินสำหรับผู้ต้องการเริ่มทำธุรกิจเมื่อเริ่มต้นธุรกิจ ผู้ลงทุนต้องตัดสินใจว่าจะดำเนินธุรกิจของตนในรูปแบบหรือลักษณะใด เช่น การเป็นเจ้าของเพียงคนเดียว นิติบุคคล หรือ ห้างหุ้นส่วน ซึ่งรูปแบบธุรกิจนี้จะเป็นตัวบ่งชี้ถึงจำนวนของเอกสารที่คุณจะต้องยื่นต่อรัฐบาลเพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบของผู้ประกอบการที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเภทรูปแบบธุรกิจการลงทุน และกฎระเบียบการเสียภาษีต่อรัฐที่ผู้ประกอบการจะต้องจ่าย

การแสดงน้ำใจและช่วยเหลือกันของคนในสังคม

บุคคลจะเปลี่ยนความคิดจากการปฏิเสธการช่วยเหลือผู้อื่น มาเป็นให้ความช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อได้รับการกระตุ้นความรู้สึกอย่างเหมาะสม เช่น เมื่อเห็นผู้อื่นประสบปัญหาแล้วรู้สึกอยากช่วย คนส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจบริจาคเลือดไม่ได้เกิดจากความเต็มใจในครั้งแรก แต่เมื่อเห็นผู้อื่นบริจาคเลือดก็รู้สึกดี และอยากทำตามบ้าง จะเห็นได้ว่าการแสดงน้ำใจและช่วยเหลือกันและกันของคนในสังคม เป็นพฤติกรรมเลียนแบบประเภทหนึ่งที่ยิ่งพบเห็นมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งกระตุ้นให้ทำตามมากเท่านั้น การแสดงน้ำใจต่อกันเป็นสิ่งที่สำคัญมาในสังคมปัจจุบันนี้ และควรปลูกฝังเรื่องนี้ให้กับบุตรหลาน เด็กและเยาวชน ตลอดจนคนใกล้ชิด เริ่มจากคนใกล้ตัว

การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุข

จำเป็นจะต้องเป็นผู้มีน้ำใจ มีไมตรีต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสิ่ง และความมีน้ำใจเป็นสิ่งที่เด็กทุกคนสามารถทำได้ ด้วยการเอาใจเขามาใส่ใจเรา คิดถึงผู้อื่น และแสดงต่อผู้อื่นเหมือนที่ต้องการให้คนอื่นแสดงต่อตนเอง สามารถทำดีต่อผู้อื่นได้ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เป็นผู้ให้มากกว่าที่จะเป็นผู้รับ แสดงน้ำใจกับคนรอบข้าง เสียสละกำลังทรัพย์ สติปัญญา กำลังกาย และเวลา ให้แก่ผู้เดือดร้อน การเป็นคนมีน้ำใจจะทำให้เรามีจิตใจที่ดีงาม เบิกบาน แจ่มใส ผิวพรรณผ่องใส มีมิตรสหายมาก ใครก็อยากคบหาสมาคมด้วย เพราะความมีน้ำใจแสดงถึงความมีเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ ชีวิตก็ย่อมพบแต่ความสุข

การเข้ามามีบทบาทเป็นองค์กรช่วยเหลือสังคม ผ่านทางกิจกรรมที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเล็งเห็นถึงผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก จะต้องพิจารณาก่อนว่าอะไรคือสิ่งที่สังคมต้องการ สิ่งใดที่ทำไปแล้วเป็นประโยชน์แก่องค์รวมของประเทศ และพี่น้อง ทั้งต้องทำให้เกิดการเท่าเทียมกันไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจและการอยู่ร่วมกับสังคมหรือชุมนุมชนนั้นๆ การดำเนินงานของกิจการเพื่อสังคมที่มุ่งเน้นเป้าหมายทางสังคม สิ่งแวดล้อม และการเงินไปพร้อมๆกัน เช่น การสร้างรายได้นั้นมีขึ้นเพื่อเพิ่มผลประโยชน์ของสังคมหรือสิ่งแวดล้อม แทนที่จะเป็นผลประโยชน์ของบริษัทหรือผู้ถือหุ้นเหมือนกิจการทั่วไป

ความมีน้ำใจนั้นตรงกันข้ามความเห็นแก่ตัว

ขณะที่คนเห็นแก่ตัวมักจะคิดแต่ประโยชน์ส่วนตัวมาก่อน แต่แน่นอนที่คนมีน้ำใจจะคิดถึงประโยชน์ของส่วนรวมบ้าง และความมีน้ำใจก็ยังตรงกันข้ามกับความอิจฉาริษยา คนที่อิจฉาริษยาคนอื่นย่อมปรารถนาที่จะเห็นความล้มเหลวของผู้ที่ได้ดีกว่า แต่คนมีน้ำใจนั้นเมื่อเห็นคนอื่นได้ดีกว่าจะมีมุทิตา และจะแสดงความยินดีด้วยอย่างจริงใจ ผู้มีน้ำใจจะนึกถึงผู้อื่นและจะพยายามช่วยผู้อื่นที่ด้อยโอกาสกว่า ผู้มีน้ำใจจึงเป็นที่รักและต้องการของคนทั่วไป และเป็นคนมีคุณค่าต่อสังคม และที่สำคัญพวกเขาเหล่านั้นก็จะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิตอย่างแน่นอน

กองทุนความช่วยเหลือเพื่อเพิ่มศักยภาพของชุมชนโดยการกระตุ้นการลงทุนผ่านทางสังคมและธุรกิจ

11

กิจการเพื่อสังคมคือหน่วยงานที่ดำเนินงานโดยใช้ยุทธศาสตร์แบบกลไกตลาดเพื่อเป้าหมายทางสังคมหรือสิ่งแวดล้อม การดำเนินงานของกิจการเพื่อสังคม มุ่งเน้นเป้าหมายทางสังคม สิ่งแวดล้อม และการเงินไปพร้อมๆ กัน หรือที่เรียกว่า Triple Bottom Line โดยเป้าหมายทางการเงิน เช่นการสร้างรายได้นั้น มีขึ้นเพื่อเพิ่มผลประโยชน์ของสังคมหรือสิ่งแวดล้อม แทนที่จะเป็นผลประโยชน์ของบริษัทหรือผู้ถือหุ้นเหมือนกิจการทั่วไป กิจการเพื่อสังคม ต่างจากความรับผิดชอบทางสังคมเชิงบรรษัท (CSR) ตรงที่กิจการเพื่อสังคมมีเป้าหมายทางสังคมหรือสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ในขณะที่ CSR มักจะเป็นกิจกรรมหรือโครงการเพื่อสังคมของกิจการที่แสวงหากำไรตามปกติ

กิจการเพื่อสังคมเกิดขึ้นจากแนวคิดที่ว่าเมื่อสังคมก้าวหน้า ขยายขนาด และมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมจึงเกิดขึ้นตามมาโดยทวีความซับซ้อน หลากหลาย และความรุนแรงเช่นเดียวกัน จนยากที่หน่วยงานภาครัฐจะรับมือได้ทั้งหมด ในขณะที่หน่วยงานเอกชนก็มักดำเนินงานเพื่อผลประโยชน์ของหน่วยงานและผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) โดยตรง เช่น ผู้ถือหุ้น เท่านั้น ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 จึงเกิดหน่วยงานที่เรียกว่า องค์การสาธารณประโยชน์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ในสังคมตั้งแต่ระดับโลกไปจนถึงระดับท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานขององค์กรพัฒนาเอกชนมักต้องพึ่งพาแหล่งทุนจากภายนอก ในลักษะต่างๆ เช่น การรับบริจาค การขอการสนับสนุนแบบให้เปล่า ทำให้ประสบปัญหาความต่อเนื่องในการดำเนินงาน ข้อจำกัดในการขยายขอบเขตและงาน และความยั่งยืนขององค์กร นี่เป็นข้อจำกัดที่เป็นจุดกำเนิดของกิจการเพื่อสังคม ที่ดำเนินงานเพื่อเป้าหมายทางสังคมหรือสิ่งแวดล้อม โดยมีแผนธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้เพื่อหล่อเลี้ยงการดำเนินงานและขยายงานให้เต็มศักยภาพ

รัฐบาลของหลากหลายประเทศเห็นความสำคัญของกิจการเพื่อสังคม และมีนโยบายในการสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม เช่นในประเทศอังกฤษ มีการก่อตั้งหน่วยงานชื่อ Office of the Third Sector (OTS) ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักคณะรัฐมนตรี โดย OTS มีนโยบายหลัก คือการผลักดันและสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และยังช่วยเหลือในด้านการให้ข้อมูลและคำปรึกษาที่ดี การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และลดอุปสรรคในการทำงานร่วมกับภาคธุรกิจเอกชน นอกจากนี้ยังมีคณะทำงานเฉพาะกิจ Social Investment Task Force ซึ่งทำหน้าที่ให้คำแนะนำแก่รัฐบาลในเรื่องการขยายตัวของกองทุน Phoenix การจัดตั้งการให้เครดิตทางภาษีของการลงทุนเพื่อชุมชน การให้ความช่วยเหลือของภาครัฐสู่กองทุนร่วมพัฒนาชุมชน และการสนับสนุนการพัฒนาทางด้านการเงินแก่ชุมชน